4 วิธีคิดที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ สร้างยอดขายแบบก้าวกระโดด โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

17 กุมภาพันธ์ 2563 | เขียนโดย Pan Pho Team.

เมื่อต้องการเพิ่มยอดขายก็ต้องเริ่มต้นที่ “การขาย” และเจ้าของธุรกิจคือ บุคคลแรกที่ต้องมีวิธีคิดและทัศนคติที่ดีและถูกต้องกับการขายก่อน  ลูกน้องหรือคนในทีมถึงจะร่วมแรงร่วมใจสร้างยอดขายไปด้วยกัน เพียงปรับเปลี่ยนวิธีคิดตามที่คุณจะได้อ่านในบทความนี้ ก็สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเปลี่ยนผลลัพธ์และเพิ่มยอดขายได้แบบก้าวกระโดด  

 “ฉันไม่ชอบการขาย” หรือ “ฉันขายของไม่เป็น แล้วอย่างนี้ฉันจะเริ่มต้นทำธุรกิจได้อย่างไร” เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะเครียดและกังวลกับปัญหานี้ แต่คุณเชื่อไหมว่า? ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์อยู่กับการขายมาตั้งแต่เกิด ซึ่งการขายไม่จำเป็นจะต้องเป็นสินค้า สิ่งของ หรือการบริการ เพราะการขายนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่!

การขายคืออะไร?

การขาย คือ การสื่อสารทุกรูปแบบเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าที่ต้องการด้วยความพอใจ 

ยกตัวอย่าง ลองย้อนอดีตตัวคุณกลับไปตอนเด็ก  นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่คุณขอให้แม่ซื้อของเล่น หรือตอนขอให้พาไปเที่ยวสวนสนุก คุณจะใช้วิธีการพูดถึงเหตุผลร้อยแปดเพื่อหว่านล้อมให้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ การนำเสนอว่าสิ่งของที่คุณอยากได้นั้นมันดีอย่างไร? ใช้แล้วจะเป็นอย่างไร? ทำไมถึงต้องมีมัน? สิ่งเหล่านี้แหละคือการขาย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ติดตัวคุณมาตั้งแต่เกิด!

เมื่อคุณกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแต่ไม่มีทักษะการขาย  ไม่เข้าใจการขาย อีกทั้งคุณต้องคอยอาศัยลูกน้องหรือทีมงานขายเพื่อขายสินค้าให้กับธุรกิจของคุณ  นั่นหมายความว่า ธุรกิจของคุณกำลังอยู่บนความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

.

เจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นต้องขายสินค้าและบริการของตนเองให้ได้ด้วย  แต่เจ้าของธุรกิจหลายๆ คนอาจจะเผชิญกับความกลัวหรือเกลียดการขาย และไม่เปิดใจในการฝึกฝนเพื่อสร้างทักษะในการขาย

อันดับแรกที่ต้องเข้าใจก่อนคือ การขายไม่จำเป็นต้องบังคับใครซื้อสินค้าและบริการ  แต่เป็นการใช้การสื่อสารในรูปแบบที่คุณ “ถนัด” หรือถูก “จริต” ในแบบและสไตล์ของคุณเพื่อนำเสนอประโยชน์ต่างๆ ของสินค้าและบริการที่สามารถช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้นได้  

เพียงคุณเข้าใจและนำ 4 วิธีคิดนี้ไปใช้ในธุรกิจ  คุณจะสามารถเพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดด โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลยสักบาทเดียว!

1. สร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการขาย

คุณต้องเข้าใจก่อนว่าการขายไม่ใช่เรื่องชั่วร้ายหรือสิ่งที่ผิด  คุณอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ลูกค้าบางคนแสดงความรู้สึกเกลียดที่ถูกนำเสนอสินค้า  สำหรับลูกค้าที่แสดงออกแบบนี้อาจเป็นเพราะเขาเคยมีประสบการณ์ที่แย่ต่อการขาย เคยถูกยัดเยียดสิ่งที่เขาไม่ต้องการในอดีต 

เจ้าของธุรกิจเช่นคุณต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าด้วยว่า  หากเขาไม่ต้องการสินค้าและบริการใดก็เป็นธรรมดาที่จะไม่ให้เวลา รำคาญ หรือปฏิเสธทันทีที่ถูกขาย 

เมื่อเจ้าของธุรกิจเข้าใจถึงธรรมชาติและสิ่งที่เกิดขึ้นกับการขายของธุรกิจและสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับทีมงานขายแล้ว   ทัศนคติในการขายก็จะเปลี่ยนไปรวมทั้งวิธีการขายก็จะเปลี่ยนไปด้วย

.

ทัศนคติที่ดีที่สุดในการขาย คือ คุณต้องเชื่อก่อนว่า สินค้าที่กำลังขายอยู่นั้นเป็นของดี หากคุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณขายอยู่เป็นสิ่งไม่ดี คุณต้องหยุดขายสิ่งนั้นเดี๋ยวนี้!! 

การขายสินค้าและบริการทุกประเภทมีความจำเป็นอย่างมากที่เจ้าของธุรกิจจะต้องมีทัศนคติที่ดีและเชื่ออย่างหมดใจว่าสินค้าและบริการของคุณดี แล้วหน้าที่ของคุณ คือ การนำสิ่งดีๆ เหล่านี้ไปแก้ปัญหาให้ลูกค้าที่มีความต้องการ  

.

ข้อคิด: เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการขาย คือ  “การขายสินค้าและบริการที่ช่วย แก้ปัญหาให้กับลูกค้า” เพราะเจ้าของธุรกิจจะรู้ดีและสามารถแสดงความจริงใจได้ว่า คุณขายสินค้าและบริการที่สามารถช่วยลูกค้าได้จริงไม่มากก็น้อย ซึ่งจะนำมาด้วยยอดขาย  การบอกต่อ และการซื้อซ้ำอย่างแน่นอน

 

2.การขายไม่ใช่พรสวรรค์  แต่เป็นพรแสวงที่สามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้

“ถ้าคุณต้องการที่จะทำสิ่งใดให้ดีสักอย่างหนึ่ง คุณจะต้องฝึกฝนอย่างต่ำหนึ่งหมื่นชั่วโมง” คำกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ถูกพิสูจน์มาแล้วจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก   ประเด็นสำคัญ คือ ถ้าคุณต้องการเก่งหรือเชี่ยวชาญในเรื่องใดคุณต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 ปี  

เจ้าของธุรกิจที่เริ่มเปิดกิจการ  หรือเปิดกิจการมาแล้ว แต่ยังขาดประสบการณ์ในการนำเสนอการขายสินค้าและบริการของตนเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อสะสมประสบการณ์ในการขาย การนำเสนอสินค้าและบริการในหลายๆ รูปแบบเพื่อค้นหาว่ารูปแบบไหนที่จะตอบโจทย์ในสไตล์ที่ใช่หรับธุรกิจคุณ

.

การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คือ การสร้าง “พรแสวง” ที่นอกจากจะทำให้เกิดความเชี่ยวชาญแล้ว  ยังทำให้เจ้าของธุรกิจรู้ซึ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการขาย อีกทั้งยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถออกแบบวิธีการขายและการนำเสนอให้กับทีมงานได้เป็นอย่างดี   

การสร้างความเข้าใจและปฏิบัติมากเพียงพอก็จะสามารถทำให้คุณและทีมงานเก่งได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน   อีกทั้งยังสามารถสร้างรูปแบบและระบบการขายที่ถ่ายทอดให้ทีมงานของคุณเก่งเหมือนคุณได้เช่นเดียวกัน

เพื่อการฝึกฝนตนเองให้เก่งยิ่งขึ้น  คุณต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ที่จะได้โอกาสเรียนรู้วิธีการขายประเภทต่างๆ จากหลากหลายธุรกิจ  รวมทั้งฝึกฝนการขายและการนำเสนอด้วยทัศนคติที่ดีตั้งใจเพื่อสร้างประสบการณ์ที่จะช่วยทำให้คุณสามารถพัฒนาการขายของคุณได้อย่างแน่นอน

.

ข้อคิด: คนบางคนที่ขายของเก่ง นั่นอาจเป็นเพราะว่าคนเหล่านั้นเติบโตและฝึกฝนมาอย่างสม่ำเสมอในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ซึมซับด้านการขาย  ทั้งๆ ที่อาจไม่เคยมีใครสอนเลย เช่นเดียวกันกับคุณ คุณก็สามารถซึมซับและเรียนรู้เหมือนกับคนเหล่านั้น เพียงแต่คุณต้องเปิดใจ  มีทัศนคติบวก ลงมือปฏิบัติ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ค้นหาว่าการขายแบบใดที่ตอบโจทย์ “สไตล์” การขายของคุณและนำไปฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

3.อย่ากลัวที่จะถูกปฏิเสธ

เป็นธรรมดาที่ลูกค้ามักจะปฏิเสธการขายก่อนเสมอ ต่อให้คุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีเทคนิคการขายมืออาชีพ หรือเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจก็ตาม  การถูกปฏิเสธการขายสินค้าก็เป็นอะไรที่เจ้าของธุรกิจหลายคนกลัวเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คาดหวังให้การขายสินค้าประสบความสำเร็จ ขายดี ราบรื่นตลอดเวลา 

หากเจ้าของธุรกิจลองคิดอีกแง่หนึ่ง การถูกปฏิเสธก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการโดนปฏิเสธ คือ เหตุผลที่ลูกค้าปฏิเสสินค้าและบริการของคุณต่างหาก เพราะมันทำให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าสินค้าของตัวเองควรปรับปรุงอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม 

.

วิธีการรับมืออย่างง่ายๆ คือ เมื่อรู้ว่าการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติแล้ว  ให้เตรียมพร้อมกับการถูกปฏิเสธที่จะเกิดขึ้นด้วย นี่คือเหตุผลทางจิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและเตรียมความรู้สึกเพื่อจัดการกับคำปฏิเสธที่จะเกิดขึ้นในการนำเสนอการขายได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อเข้าใจแล้วว่าการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ  เจ้าของธุรกิจอาจจำเป็นต้องท้าทายตนเองด้วยการออกนอก Comfort Zone (สิ่งที่คุ้นเคย) เพื่อพัฒนาทักษะการนำเสนอขายสินค้าและบริการในรูปแบบต่างๆ กับบุคคลหลากหลายประเภทเพื่อให้เกิดประสบการณ์ในหลายๆ แง่มุม

วิธีคิดที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าจะทำให้คุณเอาชนะความกลัวที่จะถูกปฏิเสธได้คือ การเผชิญหน้ากับการถูกปฏิเสธ  เมื่อคุณถูกปฏิเสธหลายๆ ครั้ง คุณจะเริ่มชินกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และความกลัวจะหายไป เหลือแต่เป้าหมายและผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

.

ข้อคิด: การสร้างธุรกิจก็เปรียบเสมือนการให้กำเนิดเด็กทารก  ในเวลานั้นทุกอย่างจะดูสับสน วุ่นวาย และดูเละเทะไปหมด เมื่อเด็กทารกคลอดออกมาก็ต้องเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และดูแลอย่างดี   ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยกับการทำธุรกิจและขายสินค้า เมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจท้าทาย ไม่มีประสบการณ์ และไม่สมบูรณ์มากนัก แต่เมื่อคุณค่อยๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูก และปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ  คุณจะสามารถเก่งขึ้นและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน การขายก็เช่นกัน!

4.เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า

ก่อนที่ลูกค้าจะเกิดความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ  มักมี “ปัญหา” เกิดขึ้นก่อน หลังจากนั้นลูกค้าจึงต้องการหาบางสิ่งเพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น  คุณต้องเรียนรู้ว่าลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณมีปัญหาอะไรบ้าง แล้วสินค้าหรือบริการของคุณสามารถช่วยลูกค้าได้อย่างไร  คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนหรือไม่

T.Harv Eker ผู้เขียนหนังสือขายดี “ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน” ที่เจ้าของธุรกิจทั่วโลกอ่านกล่าวว่า 

ถ้าคุณต้องการที่จะได้เงิน คุณจะแก้ปัญหาให้คนเพียงคนเดียว

ถ้าคุณต้องการที่จะมีเงิน คุณจะต้องแก้ปัญหาให้คนร้อยคน

ถ้าคุณต้องการที่จะรวย คุณจะต้องแก้ปัญหาให้คนพันคน 

ถ้าคุณต้องการจะเป็นเศรษฐี คุณจะต้องแก้ปัญหาให้คนหมื่นคน แสนคน หรือล้านคน

.

เจ้าของธุรกิจต้องเป็นนักแก้ปัญหาที่ดี  ต้องกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกๆ วัน  เพราะถ้าคุณหลบปัญหาและให้คนอื่นแก้ปัญหาแทนคุณ คนอื่นจะรวยแต่คุณจะจน  เพราะเมื่อคุณต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง คุณจะขาดทักษะในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเท่ากับว่าคุณกำลังไล่ลูกค้าของคุณให้ไปหาคู่แข่ง

ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงควรทำงานในเชิงรุกในการเรียนรู้และเข้าใจลูกค้าผ่านกระบวนการ “รวบรวมปัญหาทุกประเภท” ที่เกิดขึ้นเพื่อ “สร้างข้อมูลการแก้ปัญหา” สำหรับเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอการขายสินค้าหรือบริการของตนเอง  เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่ากับคนที่เป็นคนสร้างธุริจ เพราะฉะนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร?

.

ข้อคิด:  ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น  เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ให้มากพอในการแก้ปัญหาของลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการของตน   นอกจากจะสามารถเข้าใจลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยัง สามารถนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ให้ลูกค้าได้อย่างตรงจุด  สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเป็นอย่างดี

4 วิธีคิดดังกล่าวนี้สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างก้าวกระโดดโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลยสักบาทเดียว!   จำไว้ว่า “ทัศนคติที่ดี”  “การฝึกฝน” “การกล้าเผชิญหน้ากับคำปฏิเสธ”  “การเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า”  สามารถเปลี่ยนให้เจ้าของธุรกิจสามารถพลิกโฉมการทำธุรกิจ  การนำเสนอการขายในวิธีคิดและวิธีการใหม่ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ในรูปแบบใหม่ที่คุณอาจจะนึกไม่ถึงมาก่อนเลยด้วยซ้ำ  

.
เรียนรู้และฝึกฝนกลยุทธ์ เทคนิค การวางแผน  การขาย การตลาด การเจรจาต่อรอง และวิธีคิดที่ช่วยแก้ปัญหาให้เจ้าของธุรกิจทั่วโลก  ด้วยไอเดียสร้างยอดขายและทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากกว่า 200% โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม  ไม่ต้องผลิตสินค้าเพิ่ม ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม กับหลักสูตร Guerrilla Business Intensive ของ T.Harv Eker ที่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของธุรกิจไทยกว่า 500 ธุรกิจและหลายหมื่นธุรกิจทั่วโลก  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่ Banner ด้านล่างได้เลย!

 

ภารกิจของเราคือ ยกระดับชีวิตผู้คนด้วยความรู้คุณภาพ ผ่านประสบการณ์สัมมนาจากสุดยอดนักพูด เจ้าของธุรกิจ และนักสร้างแรงบันดาลใจแถวหน้า เพื่อสร้างผลัพธ์ด้านธุรกิจ ชีวิต และการเงินให้แก่ผู้คน

- PAN PHO TEAM.

บริษัทสัมมนาความรู้เพื่อความสำเร็จอันดับ 1 ของไทย