เลือกหน้า

สูตรสำเร็จของความล้มเหลว

สไตน์จิม โรห์น

by Pan Pho Co., Ltd

ความล้มเหลวไม่ได้เป็นเพียงแค่เหตุหายนะที่เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ความล้มเหลวเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการคิดด้วยความประมาทและทางเลือกที่มีจำกัด ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ความล้มเหลวก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการตัดสินใจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน

แต่ทำไม คน ๆ หนึ่งถึงตัดสินใจอะไรผิดพลาด และโง่พอที่จะทำผิดพลาดมันทุกวัน? เหตุผลก็เพราะว่าเขาหรือเธอคนนั้นคิดว่ามัน ‘ไม่เป็นไร’ อย่างไรล่ะ

ถ้ามองในมุมของตัวเราเองแล้ว กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำในชีวิตประจำวันอาจจะดูไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้น การละเลยหน้าที่เล็ก ๆ น้อย ๆ การตัดสินใจที่แย่ หรือเวลาที่เราเสียไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อตัวเราในทันที แต่บ่อยครั้งทีเดียวที่เราหนีจากผลพวงต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำของเราเอง

ถ้าหากเราไม่ใส่ใจที่จะอ่านหนังสือมาแล้วเดือนครึ่ง การขาดวินัยในการอ่านหนังสือก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันต่อชีวิตของเรา ถูกไหม? และเนื่องจากว่าไม่มีเหตุใดมาฉุดให้ชีวิตของเราดิ่งลงเหว เราก็จะไม่สนใจอ่านหนังสือต่อไปอีกเป็นเวลาเดือนครึ่ง และการตัดสินใจที่ผิดพลาดนี้ก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เป็นวัฏจักร ทำไมล่ะ? ก็เพราะมันดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ต้องทำไง และในกรณีนี้ เราก็จะมาพูดถึงสิ่งอื่นที่เป็นความพังพินาศอย่างแท้จริง สิ่งอื่นที่แย่กว่าการไม่อ่านหนังสือ โดยที่ไม่เคยมีใครตระหนักเลยว่ามันสำคัญมากเพียงใด!

นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับทางเลือกที่ผิดพลาดของเราเอง—ทางเลือกที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสำคัญนักในตอนแรก

คนที่กินอาหารขยะเป็นประจำอาจจะเผชิญกับปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ แต่ความสุขจากการเพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้ากลับบดบังผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไปเสียสิ้น คนที่กินเหล้าสูบบุหรี่จัดก็เหมือนกัน พวกเขาเลือกทางที่ผิดพลาดซ้ำ ๆ มาตลอดระยะเวลาหลายปี เพราะพวกเขาคิดว่ามัน ‘ไม่เป็นไร’ แต่ผลเสียของการกระทำเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นในอีกหลายสิบปีข้างหน้า  มีน้อยกรณีนักที่ผลพวงของการกระทำในปัจจุบันจะส่งผลแบบทันทีทันใด ในทางตรงกันข้าม มันจะสะสมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถรับไหว  และผลร้ายนั้นก็จะเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับทางเลือกที่ผิดพลาดของเราเอง—ทางเลือกที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสำคัญนักในตอนแรก

สูตรแห่งความล้มเหลว

ต้นเหตุที่สำคัญที่สุดของความล้มเหลวคือความสวยงาม ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหลายอาจไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักในระยะสั้น เราเองก็กำลังไปได้สวย แต่ในความจริงแล้ว ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะสมมานานนี่แหละที่จะปะทุขึ้นในช่วงเวลาที่เรากำลังประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง

 

เพราะการตัดสินใจพลาดนั้นไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ ๆ ที่เราต้องสนใจ เราก็เลยปัดมันทิ้งไป แล้วทำสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำอีก คิดอย่างผิดตรรกะ ฟังคำแนะนำห่วย ๆ และตัดสินใจออกมาอย่างโง่เขลา ฟ้าไม่ได้ถล่มลงมาทับเราเมื่อวานนี้เสียหน่อย ดังนั้นสิ่งที่กำลังทำ ๆ อยู่ก็คงไม่มีอันตรายอะไร และเนื่องจากมันไม่มีผลร้ายใด ๆ ที่เกิดจากการกระทำผิด ๆ ของเรา ดังนั้นมันก็น่าจะปลอดภัยที่จะทำซ้ำอีกครั้งได้

แต่เราต้องรู้อะไรมากกว่านั้น!

ถ้าหากในท้ายที่สุด เมื่อเราตัดสินใจพลาดครั้งแรกซึ่งทำให้เราซวยกันหมด เราก็สามารถมั่นใจได้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันไม่เวิร์คและไม่ควรจะทำมันซ้ำอีก เหมือนเด็กที่ยื่นมือไปจับกาน้ำร้อนทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ก็เตือนแล้ว  มันร้อนจนทำมือพอง เขาจึงเรียนรู้ว่าไม่ควรที่จะไปแตะมันอีกถ้าไม่อยากเจ็บตัว เราเองก็สามารถเรียนรู้ที่จะไม่ทำพลาดซ้ำจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด ซึ่งประสบการณ์นั้นก็เป็นผลมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเราเอง

แต่โชคร้ายที่ความล้มเหลวไม่เคยเตือนเราล่วงหน้าเหมือนพ่อแม่ที่เตือนไม่ให้เด็กเอามือไปจับกาน้ำร้อน นี่ก็คือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดเสียใหม่เพื่อที่จะนำไปสู่ทางเลือกที่ดีกว่าในวันข้างหน้า ด้วยคำแนะนำที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นแนวทางให้เราในทุกขั้นตอน จะช่วยให้เราสามารถระมัดระวังข้อผิดพลาดในการตัดสินใจต่าง ๆ ได้ รวมทั้งตระหนักรู้ว่าทุกปัญหาก็มีความสำคัญทั้งสิ้น

และนี่ก็คือข่าวดี ในเมื่อใคร ๆ ต่างก็ทำตามสูตรของความล้มเหลวกันได้ (ฮา) ดังนั้นสูตรแห่งความสำเร็จก็ไม่ยากที่จะทำตามเช่นกัน และนี่ก็คือระเบียบวินัยในตัวเองบางข้อที่คุณควรฝึกเป็นประจำทุกวัน

สูตรแห่งความสำเร็จ

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ: เราจะสามารถเปลี่ยนแปลง ‘ข้อผิดพลาด’ ที่อยู่ในสูตรแห่งความล้มเหลวเป็น ‘ระเบียบวินัย’ ที่สูตรแห่งความสำเร็จกำหนดไว้ได้อย่างไร? คำตอบก็คือ ทำให้อนาคตเป็นส่วนสำคัญสำหรับแผนการและแนวทางของเราในวันนี้

ถ้ามันจริงดังว่า  เหตุใดคนอื่น ๆ ถึงไม่ใช้เวลาให้เต็มที่ในการคิดวางแผนอนาคตกันล่ะ?

ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวต่างมีความเกี่ยวข้องกันกับผลพวงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งสิ้น กล่าวคือ ทั้งรางวัลและความล้มเหลวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นต่างก็มีผลมาจากสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำในอดีต และถ้ามันจริงดังว่า  เหตุใดคนอื่น ๆ ถึงไม่ใช้เวลาให้เต็มที่ในการคิดวางแผนอนาคตกันล่ะ? เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว: พวกเขายึดติดอยู่กับปัจจุบัน (ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความสำคัญอะไรเลย) มากเกินไป พวกเขาใช้เวลาไปกับปัญหาและความสำเร็จของวันนี้ จนไม่รู้ว่าจะเอาเวลาไหนไปคิดถึงวันรุ่งขึ้น

แต่ถ้าหากเราพัฒนาตัวเองให้มีวินัยมากขึ้นด้วยการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสักสองสามนาทีต่อวันล่ะ? เราก็อาจจะสามารถทำนายได้คร่าว ๆ ถึงผลพวงต่าง  ๆ จากการกระทำในปัจจุบันของเราซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ในเมื่อเราได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ครบแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่เราต้องลงมือทำสิ่งจำเป็นเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบวินัยซึ่งจะนำเราไปสู่ความสำเร็จในอนาคต  หรืออีกนัยหนึ่ง วินัยในการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับอะไรก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันต่อไป จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนแนวความคิด แก้ไขข้อผิดพลาด และเปลี่ยนความเคยชินเดิม ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเก่าได้

หนึ่งในสูตรแห่งความสำเร็จที่น่านำมาลองใช้ก็คือ—การมีวินัยอย่างง่าย ๆ เป็นประจำทุกวัน—และผลของมันก็ปรากฏออกมาแทบจะในทันทีเสียด้วย เมื่อเราเปลี่ยนความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำในแต่ละวัน (ซึ่งเราคิดว่ามันไม่เป็นไร) เป็นระเบียบวินัยที่ต้องทำทุกวันโดยอัตโนมัติ เราจะได้รับผลลัพธ์ในแง่บวกได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เช่น เมื่อเราเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหาร สุขภาพของคุณก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย เราก็สามารถรู้สึกได้แทบจะในทันทีว่าตนเองมีเรี่ยวแรงและพละกำลังเพิ่มมากขึ้น เมื่อเราเริ่มอ่านหนังสือ เราจะสัมผัสได้ทันทีถึงความตื่นตัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และความเชื่อมั่นในตัวเองที่ก้าวขึ้นไปอีกระดับ ไม่ว่าเราฝึกฝนที่จะทำอะไร แต่ทุกสิ่งที่ฝึกเป็นประจำทุกวันนั้นล้วนแต่ส่งผลดีทั้งสิ้น รวมทั้งช่วยผลักดันให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อการสร้างเสริมนิสัยใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ตัวเราเอง

ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงของการสร้างวินัยในตัวเองก็คือ นิสัยเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขความคิดเดิม ๆ ของตัวเองได้ เริ่มทำมันซะตั้งแต่ตอนนี้—อ่านหนังสือ เขียนไดอารี ลงคอร์สเรียนที่สนใจ หัดสังเกตและฟังให้มากกว่าพูด แล้ววันนี้ก็จะเป็นวันแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งจะนำคุณไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม ถ้าเราเริ่มต้นทำมันในวันนี้ พยายามให้หนักขึ้น ทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างสม่ำเสมอที่จะแก้ไขความผิดพลาดร้ายแรงที่ทำร้ายตัวคุณเองอยู่ ให้เปลี่ยนเป็นระเบียบวินัยที่จะช่วยสร้างสรรค์สิ่งดี  ๆ แก่ชีวิต เราก็จะหลุดพ้นกับการจมปลักกับความผิดพลาด และลิ้มรสความสำเร็จของชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณค่า!

อ้างอิ้งข้อมูล: Rohn: Why Some People Fail and Others Succeed

X