Remarketing อาวุธลับสำหรับธุรกิจออนไลน์

6 มกราคม 2563 | เขียนโดย Pan Pho Team.

รวมเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการทำ Remarketing บนโลกของการตลาดออนไลน์ ที่จะช่วยทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถลดค่าใช้จ่าย เพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การใช้ Remarketing เป็นอาวุธลับของนักการตลาดออนไลน์ในการที่จะช่วยให้การยิงโฆษณาลงโซเชียลมีเดียไม่เปล่าประโยชน์อีกต่อไป

คุณทราบไหมว่ากว่า 96% ของคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณและ 70% ของคนที่เห็นโฆษณาบน Facebook ไม่ทำอะไรนอกจากกด Like กด Share  หรือเพียงแค่คลิกเข้ามาดูเฉยๆเท่านั้น และมีเพียงแค่ 0.05% ของจำนวนคนเหล่านั้น ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ช่างเป็นตัวเลขที่ทั้งน่าตกใจและน่ากลัวสำหรับเจ้าของธุรกิจอย่างเราๆ ที่มีงบประมาณในการยิงโฆษณาจำกัด

.

เพราะปัจจุบันหากคุณลองคำนวณเล่นๆ ดูว่าคุณเสียค่าโฆษณาออนไลน์ไปเป็นจำนวนเท่าไหร่ต่อเดือน และเทียบกับผลลัพธ์ของการปิดการขายและเงินที่ได้ เรียกได้ว่าแทบจะลมจับกันเลยทีเดียว

.

และในปัจจุบันที่ค่าโฆษณาบน Platform ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Youtube Google ฯลฯ นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นจึงทำให้การทำโฆษณาและการเลือกกลุ่มเป้าหมายนั้นจำเป็นที่จะต้องมีวิธีคิดและวิธีการบริหารจัดการงบอย่างมีชั้นเชิงมากขึ้น

.

ดังนั้นเครื่องมืออะไรหล่ะที่จะทำให้เจ้าของธุรกิจอย่างเราๆ นั้นสามารถยิงโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้เงินค่าโฆษณาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดหล่ะ แถมยังไม่ต้องกังวลว่ากลุ่มเป้าหมายจะตรงต่อสินค้าของคุณหรือไม่!!

.

ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ‘Remarketing’ เครื่องมือและกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ที่เรียกได้ว่าเป็นอาวุธลับของนักการตลาดออนไลน์และเจ้าของธุรกิจที่มีงบจำกัด

‘Remarketing’ คืออะไร

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ‘Remarketing’ เป็นวิธีการที่คุณนำเสนอโฆษณาไปหากลุ่มคนที่สนใจในตัวสินค้าของคุณอยู่ก่อนแล้วเพื่อให้เขาเห็นสินค้าบ่อยขึ้นและเกิดความคล้อยตาม เช่น เมื่อมีคนเข้าเว็บไซต์ Alibaba, Taobao และ Lazada เพื่อเข้าชมสินค้าแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เมื่อเขาออกจากหน้าเว็บไซต์ เขาจะยังคงเห็นสินค้าที่เข้าชมเหล่านั้นมาปรากฏในหน้า Feed บน Platform ต่างๆ ของเขา เหมือนจิตวิทยาว่าถ้าเห็นอะไรซ้ำๆบ่อยๆ จะมีแนวโน้มให้ความสนใจมากขึ้น และเขาจะหาข้อมูลจากการทำโฆษณาของคุณเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่เขาเห็นสินค้าเหล่านี้เกิดจากการทำ Remarketing นั่นเอง

.

ซึ่งเมื่อลองทำการทดสอบระหว่าง Campaign ที่ 1 ด้วยวิธีการยิงโฆษณาตรงๆ กับ Campaign ที่ 2 ด้วยวิธีการยิงโฆษณาตรงๆ เช่นกันเพื่อหากลุ่มเป้าหมายใหม่และทำ Remarketing ควบคู่ไปด้วย ทั้ง 2 Campaign ใช้งบประมาณที่เท่ากัน ผลปรากฏว่า Campaign ที่ 2 สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า Campaign ที่ 1 ถึง 200%

4 ประโยชน์ในการใช้ Remarketing เพื่อกระตุ้นยอดขายสำหรับธุรกิจออนไลน์

1. Remarketing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสซื้อได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งเป็นเรื่องยากและท้าทายสำหรับการยิงโฆษณาเพียงครั้งเดียวแล้วสามารถขายได้เลย การยิงโฆษณาตรงๆ ไม่ก่อให้เกิดการขายเพราะโดยปกติแล้ว ผู้ใช้งานโฆษณาบน Facebook มักจะตั้งค่าโฆษณาของตัวเองให้กว้างเข้าไว้ โดยไม่รู้เลยว่า คนกลุ่มนี้มีความสนใจในสินค้าและบริการในระดับที่ต่างกัน

.

แต่สำหรับการทำ Remarketing นั้นแตกต่างออกไป เพราะจะทำให้คุณยิงโฆษณาไปหากลุ่มคนที่ให้ความสนใจในสินค้าจริงๆ โดยการเก็บข้อมูลจากพฤติกรรมที่พวกเขามีส่วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเยี่ยมชมเว็บไซต์ การมีส่วนร่วม หรือแม้แต่การรับชมวีดิโอ ซึ่งเมื่อเราสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสซื้อสินค้าของคุณ ก็จะสามารถทำงานกับคนเพียงกลุ่มเล็กๆได้อย่างมีคุณภาพและโฆษณาจะไม่ไปรบกวนกลุ่มคนที่ไม่ใช่เป้าหมายของคุณนั่นเอง

.

ถ้าจะให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น การยิงโฆษณาบน Facebook นั้นเปรียบเสมือนกับการซื้อโฆษณาเป็นป้ายบิลบอร์ด ซึ่งเราอาจจะเลือกทำเลและกลุ่มคนได้ในระดับหนึ่ง แต่เราไม่สามารถแยกแยะออกมาได้เลยว่า ใครมีความสนใจในสินค้าเราจริงๆกันแน่ ในขณะที่การทำ Remarketing คือการกรองคนที่มีความสนใจในสินค้าของคุณในระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าพวกเขายังไม่เกิดการตัดสินใจ

ข้อคิด: สิ่งที่เจ้าของธุรกิจมักผิดพลาดกันคือพวกเขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วนั้น กลุ่มเป้าหมายที่พวกเขากำลังสื่อสารอยู่นั้นเป็นใครกันแน่ และยิ่งคุณยังไม่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วนั้น ลูกค้าของคุณต้องการอะไรกันแน่ คุณจะไม่สามารถสร้าง Remarketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมักจะจบลงด้วยการเสียเงินไปอย่างสูญเปล่า

2. ลูกค้าจะจดจำคุณได้ด้วยการสร้าง Branding ผ่าน Remarketing

การทำ Branding ที่มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ Remarketing แต่ในบางครั้ง บริษัทบางบริษัทก็ทำพลาดอย่างมหันต์และทำให้บริษัทนั้นถูกจดจำไปในเชิงลบ

หากคุณเป็นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตและชื่นชอบดูเนื้อหาต่างๆบน Youtube คุณจะสังเกตได้ว่า คุณสามารถจำสินค้า บริการจากแบรนด์ ที่มาคั้นรายการโปรดของคุณ ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณหงุดหงิดแล้ว การทำ Remarketing แบบส่งเดชแบบนั้น อาจจะทำให้เปลืองค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็น

จากสถิติการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆนั้น ทำให้เราค้นพบสิ่งที่น่าตกใจก็คือ จริงๆแล้วนั้น หากเราทำ Remarketing ได้อย่างมีหลักการและทำตามกฎของการทำ Customer Journey ได้อย่างถูกต้องแล้ว การทำ Branding ด้วยวิธีการ Remarketing คือทางลัดที่จะทำให้แบรนด์ สินค้า หรือบริการเป็นที่น่าจดจำได้อย่างรวดเร็ว

ข้อคิด: Peng Joon นักการตลาดออนไลน์แถวหน้าของ Asia ได้ให้เคล็ดลับกับเราว่า “จริงๆแล้วคนไม่ได้เกลียดการถูกขายของหรอก เพียงแค่ว่า พวกเขาเกลียดโฆษณาที่ทำมาแบบลวกๆ และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความสนใจของพวกเขานั่นเอง” ดังนั้น สำหรับการซื้อโฆษณาครั้งถัดไปของคุณ อย่าลืมที่จะตรวจสอบสื่อ วีดิโอ รูปภาพ และวิธีการเขียนก่อนที่จะกดยืนยัน!!

3. Remarketing ช่วยทำให้เจ้าของธุรกิจที่มีหลายช่องทางการขายและสื่อต่างๆ สามารถเชื่อมต่อข้ามเครื่องมือและช่องทาง

ลองถามตัวคุณเองซิว่าครั้งสุดท้ายที่คุณล็อคเอ้าท์ออกจาก Facebook ของคุณคือเมื่อไหร่? และมีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ของคุณกี่เครื่องบ้างที่ล็อคอินต์เป็นชื่อของคุณ? ซึ่งโดยทั่วไปนั้น หากคุณยิงโฆษณาแบบปกติ กลุ่มเป้าหมายของคุณจะมีโอกาสเห็นโฆษณาของคุณเพียงแค่ครั้งเดียว และมีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นครั้งที่สอง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณพลาดโอกาสการขายไปอย่างน่าเสียดาย

.
ดังนั้น Remarketing จึงเข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้ด้วยการล็อคเป้ากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสซื้อสินค้าของเรา และทำการส่งโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะล็อคอินต์เข้าเว็บบนคอมพิวเตอร์หรือแอพลิเคชั่นบนมือถือของเขา โฆษณาของเราก็จะตามไปหาเขาอย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าเป็น “Haunted Marketing (การตลาดแบบหลอกหลอน)” เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายจะไปที่ไหน (โฆษณาของ)เราก็จะตามไปหาเขาทุกๆที่

.

ข้อคิด: บางครั้ง พฤติกรรมของคนที่ซื้อสินค้าออนไลน์นั้นแตกต่างกันออกไปตามประเภทสินค้าและแพลตฟอร์ม ยกตัวอย่างเช่น สินค้าประเภทแฟชั่น ที่มักจะเกิดความสนใจและการหาข้อมูล (Consideration) ระหว่างการใช้งานคอมพิวเตอร์ Desktop แต่ตัดสินใจซื้อและชำระเงินบนโทรศัพท์ Mobile ซึ่งแตกต่างจากสินค้าประเภท IT และ Sport Wear อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เราจะต้องเข้าใจและศึกษา Customer Journey ของเราให้ดี

4. ประหยัดค่าใช้จ่าย

โดยปกติแล้วนั้น เรามักจะใช้เงินค่าโฆษณาไปเป็นจำนวนมากกับการหาลูกค้าใหม่อยู่เรื่อยๆ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะได้กำไรน้อยมากจากการขายสินค้าของตัวเอง ในขณะเดียวกันนั้น หากเราใช้กลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในสินค้าของเราอยู่แล้วนั้น งบโฆษณานั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมาก โดยสามารถประหยัดได้มากถึง 40%-80% เมื่อเทียบกับการยิงโฆษณาแบบทั่วๆไป 

.
นอกไปกว่านั้น การทำ Remarketing สามารถช่วยทำให้เกิดการซื้อซ้ำ (Repurchase) หรือการทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อของเราอยู่แล้ว สามารถกลับมาซื้อสินค้าของเราซ้ำได้อีกเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินมากๆไปกับการหาลูกค้าใหม่ที่มียอดการใช้จ่ายที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับลูกค้าที่รู้จักหรือเคยซื้อสินค้าเราไปแล้ว

.

ดังนั้น หากคุณกำลังตกที่นั่งลำบาก การทำ Remarketing อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยทำให้คุณลดต้นทุนการทำโฆษณาและเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมีระบบและวัดผลได้ โดยที่แทบจะไม่ต้องมีความรู้ด้านการตลาดหรือต้องใช้งบสิ้นเปลืองเพื่อเพิ่มยอดขาย

ข้อคิด: บนโลกของการทำการตลาดออนไลน์ ยิ่งคุณคิดได้มากเท่าไหร่ มีไอเดียมากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาจะถูกลงตามไอเดียที่คุณมี และรายได้ของคุณจะพุ่งทะยานหากคุณพัฒนาระบบการตลาดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

Remarketing คือเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ถือได้ว่าเป็นเหมือนเครื่องมือทำมาหากินของเจ้าของธุรกิจที่ทำการตลาดออนไลน์ ด้วยประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณา ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราได้ สามารถทำโฆษณาได้อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ จึงเหมาะจะใช้เป็นอาวุธในการแก้ไขปัญหาการยิงโฆษณาแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถช่วยประหยัดงบประมาณและเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจของคุณได้ไม่รู้จบ

ภารกิจของเราคือ ยกระดับชีวิตผู้คนด้วยความรู้คุณภาพ ผ่านประสบการณ์สัมมนาจากสุดยอดนักพูด เจ้าของธุรกิจ และนักสร้างแรงบันดาลใจแถวหน้า เพื่อสร้างผลัพธ์ด้านธุรกิจ ชีวิต และการเงินให้แก่ผู้คน

- PAN PHO TEAM.

บริษัทสัมมนาความรู้เพื่อความสำเร็จอันดับ 1 ของไทย