เอาชนะวิกฤตเศรษฐกิจและเพิ่มยอดขาย x2 ฉบับเจ้าของธุรกิจ

21 ตุลาคม 2562 | เขียนโดย Pan Pho Team.

เปิดมุมมองการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยหลักการสร้างคุณค่าในธุรกิจและวิธีคิดแบบเหนือชั้น

หากคุณสังเกตนวัตกรรมที่อยู่รอบๆตัวของคุณ จะพบว่าถูกคิดค้นมาในช่วงศตวรรษที่ 20 กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต เครื่องบิน กล้องถ่ายรูปดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ 

 

ซึ่งนั่นเองทำให้เราปฎิเสธไม่ได้ว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่เรียกกันว่า “ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง (Era of Changes)” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและน่าเหลือเชื่อ ต้องขอบคุณที่การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้เป็นเหมือนสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางความคิดของมนุษย์ชาติ

 

ในทางกลับกัน การเปลี่ยนแปลงที่น่าเหลือเชื่อนี้ ก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางวัฎจักรเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ วิกฤตเศรษฐกิจที่เก่าแก่ที่สุดนั้นอาจต้องย้อนกลับไปในยุคอารยธรรมโรมัน หรือประมาณ ค.ศ. 33 ที่หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นเป็นดั่งจุดเริ่มต้นของวัฎจักรเศรษฐกิจที่มีขึ้น และมีลงอยู่เรื่อยๆ จนสามารถพูดได้ว่าอัตราการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจนั้น จะเกิดขึ้นทุกๆ 500 ปี..

ซึ่งตัวเลขนี้ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป..

เกิดอะไรขึ้นกับเงินในโลกใบนี้

จนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา มีวิกฤตเศรษฐกิจมากกว่า 51 ครั้ง เกิดขึ้นทั่วโลก หรือหากคิดง่ายๆนั่นก็คือ วิกฤตเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นทุกๆ 2 ปีนั่นเอง

 

แน่นอนว่าวิกฤตเหล่านี้ สร้างผลกระทบให้กับชีวิตคนนับล้านทั่วโลกให้สามารถพลิกตัวเองจากคนที่มั่งคั่งให้กลายเป็นคนถังแตกได้ภายในชั่วข้ามคืน

 

แม้ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีนักธุรกิจต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นและสร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาลอย่างที่โลกไม่เคยพบเจอมาก่อน ไอเดียมากมายถูกนำมาทดสอบขีดจำกัดของความเป็นไปได้ และเมื่อพวกเขาทำสำเร็จ ไอเดียเหล่านั้นกลับตอบแทนพวกเขาด้วยความมั่งคั่ง ชื่อเสียง และเงินทอง

 

หากจะพูดกันอย่างเข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ ในทุกๆวิกฤตนั้น ย่อมมีโอกาสเสมอ

จะพลิกวิกฤตต้องคิดไม่เหมือนคนอื่น

 

ไอน์สไตน์คือนักวิทยศาสตร์ ผู้เปลี่ยนแปลงหน้าตาวงการวิทยาศาสตร์โลกนั้น เคยได้พูดประโยคหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิธีคิดของคนว่า

 

“Insanity is doing the same thing over and over again, but expecting different results.”

(ความวิกลจริตคือการทำสิ่งเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา แต่คาดหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง)

ประโยคข้างต้นนั้น เป็นเหมือนกับเครื่องเตือนใจให้เราเป็นอย่างดีว่า หากคุณอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตามที่คุณกำลังคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ คุณจะต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดหรือวิธีการของคุณใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ

 

เช่นเดียวกันกับชีวิตของเจ้าของธุรกิจ หากคุณกำลังต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆ คุณต้องเลิกที่จะคาดหวังกับการกระทำแบบเก่าๆ แล้วหันมาลองสิ่งใหม่ 

 

และวิธีการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่รวดเร็วที่สุดนั่นคือ “วิธีคิด”

 3 ขั้นตอนเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเอาชนะเศรษฐกิจ

หากคุณกำลังเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาทางออกให้ธุรกิจของคุณรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและฟื้นตัวกลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น นี่คือ 3 ขั้นตอนง่ายๆ

 

1. จำไว้เสมอว่า คุณคือทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในธุรกิจของคุณ

หลายคนมองว่า เมื่อธุรกิจเข้าที่แล้วพวกเขาจะสามารถจ้างคนอื่นๆมาดูแลธุรกิจของเขาได้ โดยหวังว่าเขาจะทำมันได้ดีกว่า ซึ่งนั่นอาจจะจริงในบางกรณี แต่ถ้าเราย้อนกลับมาดู การพลิกล็อคบนโลกธุรกิจนั้นส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของผู้ก่อตั้งธุรกิจทั้งนั้น

 

และตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือกรณีการกลับมาของ Steve Jobs หลังจากถูกไล่ออกจาก Apple ในช่วงปีค.ศ. 1985 และกลับมาดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple ในช่วงปีค.ศ. 1997 โดยหลังจากที่เขากลับมา บริษัท Apple ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในปัจจุบัน บริษัท Apple มีอัตราการเติบโตที่สูงมากถึง 235 เท่านับตั้งแต่วันที่ Steve Jobs กลับมาที่ Apple เลยทีเดียว

 

2. เปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจของคุณ

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs คุณคงกังวลว่าบริษัทเล็กๆ ของคุณกับการทำธุรกิจในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจอาจขยับขยายไม่ได้มากนัก แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะหมดหวังและล้มเลิกธุรกิจที่คุณพยายามสร้างมาหลายสิบปี 

 

ในทางกลับกัน ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่คุณเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของคุณไปในทิศทางใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบุกตลาดต่างประเทศ การพัฒนาระบบงาน การสร้างทีม หรือแม้แต่กระทั่งการสานสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่คุณมี

 

สิ่งเหล่านี้คล้ายกับเงินที่คุณหยอดไปในกระปุกอนาคต และรอโอกาสเศรษฐกิจดีมาถึง คุณจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

จำไว้เสมอว่า เศรษฐกิจนั้นมีลักษณะเฉพาะตัว (Pattern) ที่ค่อนข้างตายตัว เมื่อมีจุดสูงสุด ก็ต้องมีจุดตกต่ำ และเมื่อผ่านจุดตกต่ำไป ก็จะมีโอกาสอีกครั้งในการสร้างผลกำไรที่มากกว่าเดิม

 

3. กลับมาพัฒนาทีมงานของคุณ

Warren Buffet คือหนึ่งในนักธุรกิจและนักลงทุนที่ใครหลายๆคนนั้นต่างชื่นชมา โดยครั้งหนึ่งเขาได้พูดว่า

 

“The most important investment you can make is in yourself.” 

(การลงทุนที่สำคัญที่สุดที่คุณทำได้ คือ ตัวคุณเอง)

 

และหากคุณนำมาปรับใช้กับตัวเอง คุณจะพบว่าแม้วิกฤตเศรษฐกิจจะเลวร้ายแค่ไหน สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การลงทุนในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเริ่มลงทุนกับตัวเองด้วยการอ่านหนังสือทุกวัน วันละเล็กวันละน้อย หาความรู้เกี่ยวกับการตลาด การจัดการเงิน คุณจะค่อยๆ ซึมซับเทคนิควิธีที่จะช่วยให้คุณบริหารธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ง่ายขึ้น

 

ความลับแห่งความสำเร็จเหนือวิกฤตเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่การที่คุณมีเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม หรือมีระบบการตลาดที่เหนือชั้น แต่เป็นวิธีคิดและมุมมองของผู้นำองค์กรอย่างคุณต่างหากหล่ะที่จะเป็นเหมือนหางเสือที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ออกจากมรสุมครั้งนี้ไปได้

ภารกิจของเราคือ ยกระดับชีวิตผู้คนด้วยความรู้คุณภาพ ผ่านประสบการณ์สัมมนาจากสุดยอดนักพูด เจ้าของธุรกิจ และนักสร้างแรงบันดาลใจแถวหน้า เพื่อสร้างผลัพธ์ด้านธุรกิจ ชีวิต และการเงินให้แก่ผู้คน

- PAN PHO TEAM.

บริษัทสัมมนาความรู้เพื่อความสำเร็จอันดับ 1 ของไทย